อาการหลังคลอด

อาการหลังคลอด ที่คุณเเม่ทั้งหลายต้องเผชิญ หลังจากคลอดบุตร

อาการหลังคลอด ที่คุญเเม่ควรทำความเข้าใจ

อาการหลังคลอด เกิดจากความเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและสภาพจิตใจ ไม่ได้เกิดในขณะตั้งครรภ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดกับภาวะหลังคลอดด้วย ซึ่งหนึ่งในสาเหตุหลักๆคือ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนในร่างกายของคุณแม่ลดต่ำลงหลังคลอดบุตรในช่วงระยะเวลาพักฟื้นราว 5-6 สัปดาห์นั่นเอง โดยคุณแม่ควรทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้ เพื่อให้ร่างกายและสภาพจิตใจค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพปกติ

ซึ่งวันนี้ทาง aboutmamy ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของภาวะหลังคลอดโดยเฉพาะสำหรับคุณเเม่มือใหม่ ที่ยังมีความกังวลถึงการคลอดบุตรเเละความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น เราไปดูกันเลยว่าอาการหลังจากที่คลอดบุตรมีอะไรบ้างกันค่ะ

ภาวะหลังคลอดมีอะไรบ้าง ที่คุณเเม่ผ่านการคลอดบุตรต้องเผชิญ

ภาวะหลังคลอดมีอะไรบ้าง คำถามเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นกับคุณเเม่ที่กำลังเตรียมตัวคลอดบุตร หลายคนที่เป็นคุณเเม่มือใหม่จึงมีความกังวลไม่น้อย โดยอาการที่พบหลังคลอดบุตรมีดังนี้

1. เจ็บช่องคลอด

สำหรับคนที่คลอดด้วยวิธีธรรมชาติ อาการปวดหน่วง ช่องคลอด หลังคลอด จะยังคงมีอยู่ประมาณ 7-10วันหลังจากที่คลอดลูก เเละหลังจากนั้นอาการเจ็บจะค่อยๆ หายเเละเบาขึ้นนั่นเองค่ะ

2. เจ็บแผลผ่าคลอด

สำหรับคนที่คลอดด้วยวิธีผ่าคลอด จะเจ็บแผลนานกว่าและหนักกว่าคนที่คลอดเองตามธรรมชาติ จะฟื้นตัวได้ช้ากว่าโดยช่วง 1-2 วันแรกนั้น การลุกนั่งจะทำได้ค่อนข้างยาก เพราะยังเจ็บแผลอยู่

3. น้ำคาวปลา

น้ำคาวปลา คืออะไร คือเลือดที่ออกมาหลังคลอด เกิดขึ้นเพราะเยื่อบุโพรงมดลูกหลุดออกมาบางส่วน ให้คุณเเม่เตรียมผ้าอนามัยแบบกลางคืน หรืออย่างหนาเอาไว้หลังคลอด เพราะจะมีเลือดออกเหมือนประจำเดือนมา แต่ปริมาณจะมากกว่า เลือดออกหลังคลอด3เดือน โดยผู้หญิงหลังคลอดจะมีน้ำคาวปลาประมาณ 4-6สัปดาห์ โดยปริมาณจะน้อยลงเรื่อยๆเเละกลับเข้าสู่โหมดปกติ

4. ปวดท้องน้อย

อาการปวดท้องน้อยหลังคลอด1เดือน อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่บางคนหลังคลอด 2-3วัน เหมือนอาการปวดประจำเดือน เกิดขึ้นเพราะมดลูกกำลังปรับคืนสู่สภาพเดิมเหมือนก่อนมีลูก คนที่มีลูกคนที่ 2ขึ้นไปจะยิ่งปวดกว่าเดิม เพราะมดลูกต้องปรับตัวมากขึ้นอีกด้วย

5. เจ็บเวลาปัสสาวะ

ในรายคุณเเม่ที่คลอดเองจะมีอาการเจ็บและบวมบริเวณช่องคลอด ทำให้ปัสสาวะได้ลำบากกว่าปกติ บางทีเวลาที่เวลาหัวเราะหรือไอก็อาจจะมีฉี่เล็ดออกมาได้

6. เจ็บทวาร

คุณแม่บางคนมีอาการริดสีดวงทวาร ซึ่งอาจเกิดจากการยืดขยายช่วงที่คลอดลูก ทำให้บริเวณนั้นอ่อนไหวเป็นพิเศษ วิธีช่วยบรรเทาคือให้คุณเเม่นอนแช่ในน้ำอุ่น หรืออาจจะปรึกษาแพทย์ก็ได้ว่ามีครีมชนิดไหนช่วยได้บ้าง

7. Baby Blue

ผู้หญิงหลายคนมีอาการ Baby Blue อาการนี้เกิดขึ้นได้หลังคลอดเพราะระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง แต่หลังจากที่ได้หลับนานๆ เพื่อฟื้นร่างกาย คุณก็จะกลับมาเป็นปกติ อาการ Baby Blue แตกต่างจาก อาการซึมเศร้าหลังคลอด (Post-partum depression) ที่มีอาการรุนแรงกว่าและนานกว่า ถ้าคุณรู้สึกเครียดมาก หรือมีอาการอยากทำร้ายลูก อยากทำร้ายร่างกายตัวเอง ต้องตั้งสติดีๆและปรึกษาแพทย์ทันที

8. ท้องผูก

อาการท้องผูกหลังคลอดมักจะเกิดขึ้นกับคุณเเม่หลังคลอดเกือบทุกราย แม้แต่คนที่ผ่าคลอดบุตรก็อาจจะมีอาการท้องผูกได้ เพราะได้แต่นอนเฉยๆ เมื่อคุณหมออนุญาต ให้เริ่มเดินช้าๆ ในบริเวณโรงพยาบาล นอกจากนั้นก็ดื่มน้ำเยอะหน่อย และทานอาหารที่มีกากใยก็ช่วยได้เยอะ

9. ผมร่วง

เพราะผู้หญิงหลังคลอดมีเอสโตรเจนน้อยลง ซึ่งเอสโตรเจนเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับเส้นผม อาการผมร่วงจึงเกิดขึ้น รอให้ร่างกายปรับตัวสักพัก แล้วผมจะร่วงน้อยลง

10. ผิวแตกลายเห็นชัดขึ้น

เมื่อลูกออกมาแล้ว ผิวหนังที่เคยเต่งตึงเพราะท้องที่ใหญ่ก็เริ่มมีรอยเหี่ยวให้คุณเห็น รอยแตกลายจึงออกมาอย่างชัดเจน คุณแม่บางคนเห็นตัวเองแล้วน้ำตาจะไหล ก็อยากจะบอกว่ามันเป็นเรื่องปกติ ทาครีมกันไว้ ดื่มน้ำเยอะๆ รอยแตกจะเริ่มจางลงไป แต่ก็อย่าหวังอะไรมาก นี่เป็นสิ่งแลกมาด้วยความสุขที่ล้นเหลือของการมีลูกนั่นเองค่ะ

เเม่เเละลูก

ทั้งหมดนี้คือภาวะหลังคลอดบุตรที่อาจจะเกิดขึ้นได้ คุณแม่ควรสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตนเองอยู่เสมอ ทั้งทางด้านร่างกายและ อารมณ์หลังคลอด หากคุณแม่หลังคลอดคนใดมีอาการผิดปกติ หรือเป็นนานเกินไป ควรปรึกษาแพทย์ทันทีนะคะ